สำหรับใครหลายคำคงรู้จักกันดีเกี่ยวกับเรื่องฟ้อนรำ แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องราวการฟ้อนใส่แคนแดนอีสานนั้นมักจะเป็นเอกลักษณ์มากกว่าใคร และสำหรับวันนี้เราจะพามา ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรนั้น ไปชมพร้อม sinlapadung.com กันเลย

ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน

            ประชาชนในภาคอีสานนั้น ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นเพการย้ายถิ่นฐานจากลาว เวียดนาม เพื่อเข้ามาตั้งรกรากในเขตประเทศไทย โดยนำเอาเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาตินั้นติดตามมาด้วย

ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน

            ผู้คนอีสานในอดีตนั้นมีความเชื่อเพราะสื่อมาจากเรื่องราวในพระพุทธศาสนา และการที่ต้องทำมาหากินบนความโหดร้ายของธรรมชาติ จึงเกิดเป็นวัฒนธรรมการบูชาสิ่งเหนือธรรมชาติ ภูตผี ปีศาจ เทวดา หรือรวมไปถึงญาติผู้ที่ลับ เพื่อให้ธรรมชาติไม่ลงโทษกับผลประกอบการด้านการเกษตรจึงมีพิธีบูชาด้วยเครื่องเซ่นไหว้ เสียงดนตรี รวมไปถึงการฟ้อนรำ 

            ซึ่งเราจะเห็นได้จากวัฒนธรรมความเชื่อเรื่อง การแห่นางแมวเพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล บุญบั้งไฟ หรืออื่นๆ ล้วนเกี่ยวกับความเชื่อทั้งสิ้น โดยเริ่มแรกนั้นได้เริ่มจากความเชื่อจนได้มีจังหวะดนตรีเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงบทกลอน จึงก่อเกิดเป็นเส้นทางแห่งศิลปะเพื่อให้เกิดสุนทรียภาพให้กับผู้คนในชุมชน หลังจากนั้นก็ได้สืบทอดกันเรื่อยมา

            การฟ้อนรำของชาวอีสานในแต่ละพื้นที่ก็ย่อมแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อ พร้อมทั้งเชื่อสายและชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ตนย้ายถิ่นฐานมา แล้วหยิบเอาความเชื่อ วัฒนธรรมติดไม้ติดมือมาด้วย ซึ่งก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน

            การฟ้อนรำนั้นว่ากันว่าหลังจากนำเรื่องราวความเชื่อมาสร้างเป็นสุนทรียภาพนั้น ก็เกิดเป็นต้นกำเนิดคือการรำกลอน ซึ่งเป็นการนำ 3 สิ่งของศิลปะอีสานมารวมกัน ได้แก่ ดนตรีอีสาน กลอนอีสาน แล้วก็การฟ้อนรำ เมื่อมีรำกลอนเกิดขึ้นมาก็ได้แพร่ขยายอิทธิพลไปยังพื้นที่ต่างๆ ในภาคอีสาน จนมีการนำแคนนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการรำ

            จนในปัจจุบันนี้การรำของภาคอีสานนั้นมีมากมายหลายอย่าง ซึ่งในอดีตจะเรียกเหล่านักร้องกลอน นักแคน นักรำนี้ว่าหมอลำ ซึ่งหมอนั้นได้มาจากความถนัดของในแต่ละด้าน อย่างเช่น หมอยาพื้นบ้าน หมอทำขวัญ หมอนวด ซึ่งมีความถนัดแตกต่างกัน จึงก่อเกิดคำว่าหมอลำขึ้น

ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน

            ซึ่งในต่อมาศิลปะการร่ายรำก็ได้พัฒนามาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน ซึ่งเรียกกันว่าหมอลำซิ่ง ซึ่งมีการใส่จังหวะที่เร้าใจเพื่อเอาใจหมู่ผู้ชมที่มีความทันสมัยมากขึ้น และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมหมอลำเองไม่ให้หายไป ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเดี๋ยวนี้ก็จะมี โปงลาง ซึ่งเป็นการเอาเครื่องโปงลาง มาผสมผสานกับการฟ้อนรำด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะแต่เร้าใจ เซิ้งสวิง โด่งดังกันในกาฬสินธุ์ ซึ่งสื่อถึงวัฒนธรรมการหากินของชาวอีสาน ด้วยท่วงทำนองเฉพาะของเซิ้งสวิงเอง การร่ายรำจึงมีท่าทางที่อ้อนช้อยงดงาม นอกจากนี้ก็จะมี เซิ้งภูไท เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งกะโป๋(กะลา) เซิ้งกระหยัง เซิ้งตั้งหวาย และอีกหลายๆ ศิลปะการฟ้อนรำนี้ ได้ก่อนก่อเกิดขึ้นบนแผ่นดินที่ราบสูงที่เรียกว่าอีสาน

            นอกเหนือจากความเชื่อ ก็มีการนำเอาวัฒนธรรมการหากินมาใช้เป็นงานศิลปะฟ้อนรำเช่นกัน อย่างเช่น เซิ้งแหย่ไข่มดแดง เซิ้งสวิง เซิ้งกระติ๊บ จากเรื่องราวเหล่านี้ก็จะถูกถ่ายทอดไปเป็นในรูปแบบของการแสดงเพื่อความบันเทิงซะมากกว่าในปัจจุบัน มีหลายต่อหลายคณะหมอลำที่พยายามอนุรักษ์ศิลปะการฟ้อนรำนี้เอาไว้ และเพื่อให้ทันยุคสมัยก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงไปบ้าง

            จากในอดีตนั้นเป็นเพียงการรอบกองไฟ เป่าแคน ฮำกลอน ฟ้อนไปพร้อมกัน ก็กลายเป็นเวทีไฟแสงสีเต็มระบบ จากการแต่งตัวด้วยเสื้อหม้อห้อม ผ้าขาวม้า ผ้าสิ้น ก็กลายเป็นแต่งตัวระยิบระยับวาบหวิว เพื่อเรียกความสนใจของแฟนคลับ  แม่ยกต่างๆ จากการเคาะกะลา เป่าแคน ก็กลายเป็นระบบเครื่องเสียงกระหึ่มยิ่งใหญ่ จากการพูดหยอกล้อกันในวงเพื่อนบ้าน กลายเป็นการแสดงตลกหน้าเวทีแสงสี ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่ยุคสมัยจะผลัดเปลี่ยนความเปลี่ยนแปลงไปตาม 

            แต่การกระทำเช่นนี้ของเหล่าผู้สร้างศิลปะการฟ้อนลำและหมอลำนั้น เพียงเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งหมอลำที่เป็นศิลปะของชาวอีสานไม่ให้หายไปตามกาลเวลา จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันกับเหล่าผู้ชมผู้ฟังเอง

ทำความรู้จักกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน

            เป็นอย่างไรกันบ้างกับศิลปะการฟ้อนรำประจำภาคอีสาน หวังว่าใครหลายคนที่ได้อ่านได้ศึกษานั้นจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปะการแสดงของชาวอีสานเหล่านี้ไว้คู่กับคนไทยอย่างยาวนาน

แนะนำบทความน่าสนใจ

เราอยู่ในยุคที่สัตว์เลี้ยงมีผลต่อชีวิตจิตใจเราเป็นอย่างมาก สัตว์เลี้ยงถูกเรียกว่าเป็นสมาชิกในครอบครัวซะกว่าเรียกว่าสัตว์เลี้ยงไปแล้ว ก็ขอมาแนะนำอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่สุดแสนจะน่าเอ็นดู นั่นก็คือ Collared Owlet” สัตว์เลี้ยงน่ารักตาโตมีปีก จะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหนนั้น ไปติดตามดูกันเลย

“Collared Owlet” สัตว์เลี้ยงน่ารักตาโตมีปีก